Home / ข่าวประชาสัมพันธ์ / สพฐ.ประชุมกำหนดเกณฑ์คัดกรองโรงเรียนประชารัฐ (รร.ดีใกล้บ้าน) ปี 2561

สพฐ.ประชุมกำหนดเกณฑ์คัดกรองโรงเรียนประชารัฐ (รร.ดีใกล้บ้าน) ปี 2561

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อชี้แจงการสำรวจความต้องการจำเป็นสำหรับการจัดการศึกษาของโรงเรียนประชารัฐ (รร.ดีใกล้บ้าน) แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนัก และศึกษานิเทศก์ 176 เขตทั่วประเทศ โดยมี ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รศ.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการโรงเรียนประชารัฐฯ, ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สพฐ., นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุมทางไกล เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สพฐ.

ม.ล.ปริยดา ดิศกุล กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการโรงเรียนประชารัฐ (รร.ดีใกล้บ้าน) เป็นโครงการที่ริเริ่มจากงานวิจัยของธนาคารโลก (World Bank) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development  Research Institute: TDRI) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้นักเรียนที่อยู่ห่างไกล ได้มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนดีและอยู่ใกล้บ้าน โดยดำเนินการในรูปแบบ "ประชารัฐ" ที่ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง ศธ. ในฐานะภาครัฐ โดยการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาสังคม

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้แต่งตั้งอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการโรงเรียนประชารัฐ (รร.ดีใกล้บ้าน) โดย รศ.เอกชัย กี่สุขพันธ์ เป็นประธาน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานที่มีความชัดเจน เพื่อช่วยคัดกรองโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ประจำปี 2561 ให้ตรงตามวัตถุประสงค์มากที่สุด

รศ.เอกชัย กี่สุขพันธ์ กล่าวถึงเกณฑ์ในการพิจารณาโรงเรียนประชารัฐในปีนี้ 3 ข้อ คือ

1) กำหนดโรงเรียนที่มีศักยภาพเป็น "โรงเรียนหลัก" ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีแนวโน้มพัฒนาสู่การเป็นโรงเรียนดีใกล้บ้านได้ อาทิ มีจำนวนครูเพียงพอ คุณภาพผู้เรียนอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยของประเทศ ฯลฯ สามารถโน้มน้าวจูงใจผู้ปกครองให้ส่งบุตรหลานมายังโรงเรียนหลัก

2) คุณสมบัติของ "โรงเรียนหลัก" มีดังนี้

– มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่า 120 คน เพื่อแสดงถึงความพร้อมทางกายภาพ ห้องเรียน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อสะท้อนความวางใจของชุมชน

– เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เพื่อสะท้อนศักยภาพในอดีต

– มีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ (ฟ.3 และ ฟ.3 พิเศษ) เพื่อสะท้อนว่ามีพื้นที่มากเพียงพอ โดยต้องไม่เป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษ

3) หาพิกัดโรงเรียนหลักในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์: GIS (Geographic Information System)มาใช้ในการกำหนดพิกัด (ปักหมุด) โรงเรียนหลัก ที่สามารถรองรับนักเรียนจากโรงเรียนอื่นในรัศมีการเดินทางไม่เกิน 30 นาที

ทั้งนี้ พบว่ามีจำนวนโรงเรียนหลักที่จะเป็นโรงเรียนประชารัฐ จำนวนทั้งสิ้น 1,662 แห่ง แยกเป็นสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 1,644 โรงเรียน ใน 168 เขต และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 18 โรงเรียน ใน 8 เขต รวมทั้งสิ้น 176 เขต และคาดว่าเมื่อดำเนินการตามเกณฑ์ดังกล่าว โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ทั้งโรงเรียนหลักและโรงเรียนเครือข่าย สามารถจัดการเรียนการสอนรวมทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษากว่า 3,000 โรงเรียน โดยขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ตรวจสอบข้อมูลและการใช้พิกัด GIS ให้ถูกต้องชัดเจน พร้อมสำรวจความต้องการจำเป็นของโรงเรียนด้านความขาดแคลน และส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Direct Impact) เป็นหลัก

เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเสนอรายชื่อโรงเรียนประชารัฐ (ดีใกล้บ้าน) ประจำปี 2561 ต่อที่ประชุม กพฐ. เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนประกาศให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป


Written by ศุภล้กษณ์ แจ้งใจ
Photo Credit ศุภล้กษณ์ แจ้งใจ
Rewriter นวรัตน์ รามสูต
Editor บัลลังก์ โรหิตเสถียร

About wasan kunnula

Check Also

คำขวัญ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ ๖๓ พ.ศ.๒๕๖๒

คำขวัญ พลเอก ปร …