ปัญหาการทำงานวิจัยของไทย

Want create site? Find Free WordPress Themes and plugins.

“…รายงานวิจัย 5บทก็เหมือนขายส้มตำ ตำเสร็จยังไม่ชิมว่ารสได้ที่แล้วยังก็ยกทั้งครกและสากให้คนซื้อตักกินเอง ไม่แยกครก แยกจาน…”

ปัญหาการทำงานวิจัยของไทย

ที่สังเกตเห็นมี 6 ประการ คือ

1) แยกไม่ออกว่า หัวข้อวิทยานิพนธ์ ป โท และ ป.เอก ต่างกันอย่างไร

2) หัวข้อวิทยานิพนธ์ ป.โท แบบ ก1 และแบบ ก2 ต่างกันอย่างไร

3) หัวข้อดุษฎีนิพนธ์ แบบ 1 (อย่างน้อย 48 นก) แบบ 2 (36 นก) ต่างกันอย่างไร

4) หัวข้อบทความวิชาการ และหัวข้อบทความวิจัยต่างกันอย่างไร

5) ทำไมจึงอนุญาตให้เผยแพร่ผลงานวิจัยเพียงบางส่วนก็ได้ ทำไมไม่กำหนดให้เสนอบทความที่เสนอผลงานวิจัยสมบูรณ์เท่านั้น

6) ทำไมฝังหัวว่า รายงานการวิจัยต้อง 5 บท ถึงกับพูดคิดปากว่า “สอบ 5 บท” ความคิดนี้แพร่เชื้อจากที่ไหน ในเมื่อรายงานการวิจัยจะต้องประกอบด้วยอย่างน้อย 6 ส่วน คือ (1) บทนำ (2) ทบทวนวรรณกรรม (3) วิธีดำเนินการวิจัย (4) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล (5) ผลการวิจัย และ(6) สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนั้นรายงานการวิจัยจึงต้องมี 6 บท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิจัยแบบวิจัยและพัฒนา

ดังนั้น จะมีกี่บทก็ได้แต่ไม่ควรต่ำกว่า 6 บท ไม่ควรคิดว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล คือผลการวิจัย ที่จะต้องรวมบทที่ 4 และ 5 เข้าด้วยกัน

การนำผลงานวิเคราะห์ข้อมูลไปรวมกับผลการวิจัย โดยไม่แยกบท ก็เหมือนทำส้มตำ เมื่อตำเสร็จแล้วไม่ตักใส่จาน แต่นำไปเสิฟผู้ซื้อทั้งครก ที่จริงควรตักออกมาใส่จาน ตบแต่งให้ดูดีน่าทาน นี่เล่นยกเสิฟทั้งครกทั้งสากเลย

7) กรอบแนวคิดวิจัย ทำไมบางแห่งนำไปไว้ท้ายบทที่ 2 และทำไมจึงมีเฉพาะตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ และตัวแปรตาม ทำไมไม่แสดง ตัวแปรกลาง  (Intermediate Variables)

ตัวแปรกลางจะทำให้สัมตำแม่ละม่อม สู้แม่ละเมียดไม่ได้ บางคนบอกไม่เคยได้ยินคำว่า ตัวแปรกลาง เคยแต่ตัวแปรแฝง จึงคิดว่า เป็นอันเดียวกัน ตัวแปรกลางเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนกระทำต่อตัวแปรต้นเพื่อให้ได้ตัวแปรตาม ส่วนตัวแปรแฝง เป็นความระมัดระวังว่า ตัวแปรต้นมีอะไรที่เรามองไม่เห็น เช่น ปลวก หรือ พยาธิ์ แอบแฝงอยู่หรือไม่

หัวข้องานวิจัยบอกระเบียบวิธีวิจัย กาวิจัยไทยอ่อน เพราะเริ่มมาจากการตั้งชื่อที่เป็นรากทีเดียว.

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.



There are no comments

Add yours